Profit Factor คืออะไร อ่านค่ารายงาน EA แบบไม่โดนตัวเลขหลอก

เวลาเปิดรายงาน​ผลทดสอบ EA สายตาของคนส่วนใหญ่จะไปหยุดที่บรรทัด Profit Factor ก่อน เพราะดูเหมือนตอบได้ทันทีว่าระบบนี้คุ้มหรือไม่ แต่ถ้าถามว่า Profit Factor คืออะไร​กันแน่ คำตอบ​คือเป็นเพียงอัตราส่วนระหว่างกำไรรวมกับ​ขาดทุน​รวม ซึ่งสวยได้ง่ายเมื่อจำนวนเทรดน้อยหรือช่วงทดสอบถูกเลือกมา บทความนี้พาอ่านค่านี้คู่กับตัวเลขอื่นในรายงาน MT5 เพื่อให้คุณประเมิน​บอทเทรด​ได้อย่างมีหลัก ไม่ว่าจะเป็นตัวไหน

สรุปสั้น: Profit Factor คือ Gross Profit หารด้วย Gross Loss ถ้าผลหารเกิน 1 แสดงว่าฝั่งกำไรใหญ่กว่าฝั่ง​ขาดทุน แต่ตัวเลขนี้​ไม่ได้​บอกจำนวนเทรด ความลึกของ Drawdown หรือช่วงเวลาที่ใช้ทดสอบ จึงต้องอ่านคู่กันทุกครั้ง

Profit Factor คืออะไร และคำนวณอย่างไร

เอกสารของ MetaTrader 5 ให้ความหมายว่า Profit Factor เป็นอัตราส่วนของ Gross Profit ต่อ Gross Loss โดย Gross Profit คือ​ผลรวม​ของทุกเทรดที่ปิดแล้วได้กำไร ส่วน Gross Loss คือ​ผลรวม​ของทุกเทรดที่ปิดแล้ว​ขาดทุน ถ้ายังไม่คุ้นกับรายงาน​ผลทดสอบ​ย้อนหลัง​ทั้งฉบับ อ่านภาพรวมก่อนได้ในBacktest คืออะไร

สูตรคือ Profit Factor = Gross Profit ÷ Gross Loss ในรายงาน Gross Loss มักแสดงเป็นค่าติดลบ เวลาคิดให้ใช้​ขนาด​ของตัวเลขโดยไม่สนเครื่องหมาย

  • มากกว่า 1: ในช่วงที่ทดสอบ กำไรรวมมากกว่า​ขาดทุน​รวม
  • เท่ากับ 1: กำไรรวมกับ​ขาดทุน​รวมเท่ากันพอดี
  • น้อยกว่า 1: ขาดทุน​รวมมากกว่า ผลสุทธิของช่วงทดสอบติดลบ

ค่านี้เป็นอัตราส่วน ไม่ใช่จำนวนเงิน ค่า 2.0 ไม่ได้​บอกว่ากำไรสุทธิคือ 20 USD หรือ 20,000 USD และ​ไม่ได้​บอกว่าระหว่างทางบัญชีลดลงลึก​แค่ไหน ส่วนรายงานที่ไม่มีเทรด​ขาดทุน​เลย ตัวหารจะเป็นศูนย์และค่านี้หมดความหมาย ซึ่งมักแปลว่าเทรดน้อยเกินไป หรือระบบถือ​ออเดอร์​ติดลบไว้โดยไม่ปิด

ตัวอย่างคำนวณ Profit Factor ด้วยตัวเลขสมมติ

ตัวเลขในหัวข้อนี้แต่งขึ้นเพื่ออธิบายวิธีคิดทางคณิตศาสตร์เท่านั้น ไม่ใช่ผลของ EA ตัวใด และไม่ใช่ผลของ FALCON PRO EA

สมมติรายงานมีเทรดกำไรรวมกัน 3,000 USD และเทรด​ขาดทุน​รวมกัน 2,000 USD จะได้ 3,000 ÷ 2,000 = 1.50 และกำไรสุทธิ 1,000 USD พูดอีกแบบคือ ทุก 1 USD ที่เสียไป ระบบทำกลับมาได้ 1.50 USD ทีนี้ลองดูรายงานสมมติสามฉบับที่ได้ค่า 1.50 เท่ากัน

รายการ (สมมติ) รายงาน ก รายงาน ข รายงาน ค
Gross Profit 3,000 USD 1,500 USD 3,000 USD
Gross Loss 2,000 USD 1,000 USD 2,000 USD
Profit Factor 1.50 1.50 1.50
Total Trades 200 12 200
กำไรสุทธิ 1,000 USD 500 USD 1,000 USD
กำไรเฉลี่ยต่อเทรด 5 USD ประมาณ 41.67 USD 5 USD
Drawdown สูงสุด (เป็นเงิน) 400 USD 300 USD 2,000 USD
กำไรสุทธิ ÷ Drawdown สูงสุด 2.50 ประมาณ 1.67 0.50

รายงาน ก มีจำนวนเทรดมากพอให้ตัวเลขเริ่มมีน้ำหนัก และ Drawdown เล็กกว่ากำไรสุทธิ รายงาน ข มีเพียง 12 เทรด ถ้าในนั้นมีไม้เดียวที่กำไร 900 USD แล้วตัดไม้นั้นออก Gross Profit จะเหลือ 600 USD และค่าร่วงเหลือ 600 ÷ 1,000 = 0.60 ทันที ส่วนรายงาน ค ต้องทนเห็นบัญชีลดลงจากจุดสูงสุดถึง 2,000 USD เพื่อแลกกำไรสุทธิ 1,000 USD ทั้งสามฉบับได้ค่าเท่ากัน แต่ความน่าเชื่อถือและ​ความเสี่ยง​ต่างกัน​มาก

Profit Factor อยู่​ตรงไหน​ในรายงาน MT5

รายงานจาก Strategy Tester

เปิด Strategy Tester ด้วย Ctrl+R ทดสอบ EA ให้จบ แล้วเปิดแท็บ Backtest ซึ่งแสดงรายงานผล ในรายงานเดียวกันมี Total Net Profit, Gross Profit, Gross Loss, Expected Payoff, Recovery Factor และ Sharpe Ratio ให้อ่านประกอบ ขั้นตอน​ตั้งค่า​การทดสอบดูได้ที่ หน้า Backtest

รายงานของบัญชีที่เทรดอยู่

MT5 รุ่นปัจจุบันมีรายงานของบัญชีที่เมนู View → Reports โดยหน้า Summary สรุปประวัติการเทรดพร้อมค่า Profit Factor, Recovery Factor และ Sharpe Ratio ส่วนหน้า Symbols มีกราฟ Profit Factor แยกตามสัญลักษณ์ รายงานนี้ใช้เทียบผลของ EA บนบัญชี Demo หรือบัญชีจริงกับผล Backtest ได้

ทำไมอ่าน Profit Factor ตัวเดียว​ไม่ได้

จำนวนเทรดน้อย ตัวเลขแกว่งง่าย

ยิ่งเทรดน้อย ผลของไม้ใดไม้หนึ่งยิ่งมีอิทธิพลต่อค่ารวม เหมือนรายงาน ข ข้างต้น ให้ดูบรรทัด Total Trades คู่กับ Largest profit trade ถ้าไม้ใหญ่ที่สุดกินสัดส่วนของ Gross Profit ไปมาก แปลว่าผลพึ่งพาเหตุการณ์ไม่กี่ครั้งซึ่งอาจไม่เกิดซ้ำ

ไม่ได้​บอกว่าระหว่างทางติดลบลึก​แค่ไหน

Gross Profit และ Gross Loss นับจากเทรดที่ปิดแล้ว ระบบที่ถือ​ออเดอร์​ติดลบค้างไว้แล้วรอราคากลับมาปิดกำไร จึงอาจมีค่านี้สูงมากทั้งที่ Equity เคยร่วงลึก ต้องเปิดดู Equity Drawdown ทุกครั้ง อ่านวิธีแยก Balance กับ Equity ได้ที่ Drawdown คืออะไร และดูระบบที่มักมีลักษณะนี้ที่ EA แนว Grid และ Martingale

ขึ้นกับช่วงเวลาที่เลือกทดสอบ

ระบบเทรดแต่ละแบบเข้ากับสภาวะตลาดไม่เหมือนกัน ช่วงสามเดือนที่ราคาวิ่งเป็น​เทรนด์​ชัดอาจให้ค่า​ต่างจาก​ช่วงหลายปีที่รวมทั้งตลาดแกว่งในกรอบและช่วงข่าวแรง

ไวต่อต้นทุนเมื่อค่าใกล้ 1

สมมติรายงานมี 1,000 เทรด Gross Profit 11,000 USD และ Gross Loss 10,000 USD ค่าที่ได้คือ 1.10 กำไรสุทธิเฉลี่ยเทรดละ 1 USD ถ้าบัญชีจริงมีต้นทุนเพิ่มจากที่ทดสอบเพียงเทรดละ 1 USD กำไรทั้งหมดก็หายไป ต้นทุนนี้มาจาก Spread ที่กว้างขึ้น Slippage ค่า​คอมมิชชัน และ Swap อ่านเพิ่มที่ Spread และ Slippage

Profit Factor กับสัดส่วนไม้ชนะเป็นคนละเรื่อง

ถ้าแตกสูตรออก จะได้ (จำนวนไม้ชนะ × กำไรเฉลี่ยต่อไม้ชนะ) ÷ (จำนวนไม้แพ้ × ขาดทุน​เฉลี่ยต่อไม้แพ้) ลองเทียบสองระบบสมมติที่เทรด 10 ไม้เท่ากัน

  • ชนะ 4 ไม้ แพ้ 6 ไม้: กำไรเฉลี่ยไม้ละ 30 USD ขาดทุน​เฉลี่ยไม้ละ 10 USD ได้ 120 ÷ 60 = 2.00
  • ชนะ 8 ไม้ แพ้ 2 ไม้: กำไรเฉลี่ยไม้ละ 5 USD ขาดทุน​เฉลี่ยไม้ละ 20 USD ได้ 40 ÷ 40 = 1.00

ระบบที่ชนะบ่อยกว่ากลับจบที่เท่าทุน เพราะไม้ที่แพ้แต่ละครั้งลบกำไรของหลายไม้ที่ชนะ โฆษณาที่ชูเฉพาะสัดส่วนไม้ชนะโดยไม่พูดถึง​ขนาด​ของไม้ที่แพ้จึงยังบอกอะไร​ไม่ได้

ตัวชี้วัด​ที่ควรอ่านคู่กับ Profit Factor

Expected Payoff

MT5 อธิบายว่าเป็นค่าทางสถิติที่แสดง​ผลตอบแทน​เฉลี่ยของหนึ่งดีล ในทางปฏิบัติเท่ากับกำไรสุทธิหารด้วยจำนวนเทรด หน่วยเป็นเงิน จึงเทียบกับต้นทุนต่อไม้ได้ตรง ๆ ถ้าค่านี้ใกล้กับ Spread บวกค่า​คอมมิชชัน​ของหนึ่งไม้ ระบบแทบไม่เหลือส่วนเผื่อไว้รับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

Recovery Factor

คิดจากกำไรที่ทำได้หารด้วย Drawdown สูงสุด เอกสาร MT5 ระบุว่าค่านี้สะท้อนว่าระบบต้องเสี่ยงเงินไปเท่าไรเพื่อให้ได้กำไรก้อนนั้น ในตารางตัวอย่าง รายงาน ก ได้ 2.50 ส่วนรายงาน ค ได้ 0.50 ทั้งที่ Profit Factor เท่ากัน ถ้าระบบยังทำกำไรได้​ต่อเนื่อง กำไรสะสมจะเพิ่มตามความยาวของช่วงทดสอบ ค่านี้จึงมักสูงขึ้นเมื่อทดสอบนานขึ้น ควรเทียบเฉพาะผลที่ใช้ช่วงเวลาและทุน​เริ่มต้น​ใกล้เคียงกัน

Sharpe Ratio

สูตรที่ MT5 ใช้คือ (ผลตอบแทน − อัตรา​ผลตอบแทน​ปลอด​ความเสี่ยง) ÷ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของ​ผลตอบแทน โดย Strategy Tester ถือว่าอัตราปลอด​ความเสี่ยง​เป็นศูนย์ เอกสารให้แนวอ่านไว้ดังนี้

ค่า Sharpe Ratio แนวอ่านตามเอกสาร MT5
ต่ำกว่า 0 กลยุทธ์​ขาดทุน
มากกว่า 0 แต่ไม่ถึง 1.0 ผลตอบแทน​ยังไม่คุ้มกับ​ความเสี่ยง
ตั้งแต่ 1.0 ขึ้นไป ความเสี่ยง​เริ่มคุ้มกับ​ผลตอบแทน
ตั้งแต่ 3.0 ขึ้นไป ค่าสูง โอกาส​ขาดทุน​ในแต่ละดีลต่ำมากในช่วงที่วัด

แนวอ่านนี้เป็นเกณฑ์กว้าง ๆ ของช่วงข้อมูลที่ใช้คำนวณ ไม่ใช่คำรับรองผลในอนาคต

สัญญาณว่าช่วงทดสอบถูกคัดมาเฉพาะช่วงสวย

การเลือกโชว์เฉพาะช่วงที่ผลออกมาดี ทำให้ตัวเลขสวยได้โดยไม่ต้องแก้ไขรายงานเลย ลองสังเกตสิ่งต่อไปนี้

  • ช่วงทดสอบสั้นเพียงไม่กี่เดือน โดยไม่อธิบายว่าทำไมไม่ทดสอบให้ยาวกว่านั้น
  • วัน​เริ่มต้น​หรือวันสิ้นสุดเจาะจงผิดปกติ เช่น เริ่มถัดจากช่วงที่ตลาดผันผวนหนักพอดี
  • โชว์เพียงภาพตัดเฉพาะบรรทัด Profit Factor หรือกราฟ ไม่มีรายงานฉบับเต็ม
  • ไม่ระบุสัญลักษณ์ ทุน​เริ่มต้น โหมด Modelling หรือค่า History Quality
  • ขอผลของปีอื่นหรือช่วงที่ยาวขึ้นแล้วได้​คำตอบ​เลี่ยง ๆ

ถ้ามีไฟล์ EA อยู่ในมือ ให้ทดสอบซ้ำเองด้วยช่วงที่ยาวขึ้น แล้วแบ่งดูทีละปีว่าค่ายังใกล้เคียงกันหรือไม่ ผลที่สวยเฉพาะช่วงที่ใช้ปรับค่ามักเป็นอาการที่อธิบายไว้ใน Optimization และ Overfitting

ลำดับการอ่านรายงาน EA ก่อนเชื่อ Profit Factor

  1. อ่านเงื่อนไขการทดสอบก่อน

    ดูสัญลักษณ์ ช่วงวันที่ ทุน​เริ่มต้น และ History Quality ส่วนโหมด Modelling ไม่มีบรรทัดในรายงาน MT5 โดยตรง ต้องดูจากแท็บ Settings ของ Strategy Tester หรือถามผู้ทดสอบ ถ้าไม่ครบหรือไม่ตรงกับบัญชีที่คุณจะใช้ ตัวเลขที่เหลือก็เทียบกับสถานการณ์ของคุณ​ไม่ได้

  2. ดูจำนวนเทรด

    ดู Total Trades คู่กับ Largest profit trade ว่ากำไรกระจายอยู่ในหลายไม้ หรือกระจุกอยู่ไม่กี่ไม้

  3. แปลง Equity Drawdown เป็นเงินของคุณ

    สมมติรายงานแสดง Drawdown 25% และคุณตั้งใจใช้ทุน 1,000 USD ถ้าใช้ Lot ต่อทุนในสัดส่วนเดียวกับที่ทดสอบ ให้นึกภาพบัญชีลดลงราว 250 USD ระหว่างทาง แต่ถ้ารายงานใช้ทุนมากกว่าและ Lot คงที่ ให้ดู Equity Drawdown Maximal ที่เป็นจำนวนเงินแทน​เปอร์เซ็นต์ ถ้ารับ​ไม่ได้ ตัวเลขกำไรก็ไม่มีความหมาย คำนวณเพิ่มได้ที่ หน้า​เครื่องมือ

  4. อ่าน Profit Factor พร้อมอีกสองค่า

    อ่านคู่กับ Expected Payoff และ Recovery Factor เพราะสามค่านี้ตอบคนละคำถาม ถ้าค่าใดอ่อนมาก ให้ถือว่ารายงานยังไม่ผ่าน

  5. ทดสอบซ้ำและรันบัญชี Demo

    เปลี่ยนช่วงเวลาแล้วทดสอบอีกรอบ จากนั้นรันบนบัญชี Demo ระยะหนึ่งเพื่อเทียบกับผล Backtest ขั้นตอน​ทดสอบซ้ำใน MT5 อยู่ในบทความ Backtest MT5 ยังไง

Profit Factor เท่าไรจึงเรียกว่าดี

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ตัดสินได้ทุกระบบ เอกสารของ MT5 ก็​ไม่ได้​กำหนดเกณฑ์ไว้ ค่าที่สูงกว่าจะดีกว่าก็ต่อเมื่อเงื่อนไขอื่นเท่ากัน คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ

  • ค่ายังเกิน 1 หรือไม่ เมื่อทดสอบช่วงอื่นและรวมต้นทุนจริงของบัญชีคุณแล้ว
  • ค่าของแต่ละปีใกล้เคียงกัน หรือมีปีเดียวที่ดึงค่าเฉลี่ยขึ้นทั้งหมด
  • Drawdown ที่ต้องแลกมา อยู่ในระดับที่คุณรับได้จริงหรือไม่

คำเตือน​ความเสี่ยง: การเทรด Forex ทองคำ และ CFD มี​ความเสี่ยง​สูง เงินทุน​ของคุณอาจหายไปบางส่วนหรือหมดทั้งก้อน ตัวเลขอย่าง Profit Factor และ​ตัวชี้วัด​อื่นในรายงานล้วนคำนวณจากข้อมูลในอดีต ผลการทดสอบหรือผลการเทรดในอดีต​ไม่ได้​รับประกัน​ผลลัพธ์ในอนาคต ส่วน EA ทุกตัวก็รับรองกำไร​ไม่ได้ อ่านเพิ่มเติมที่ การเปิดเผย​ความเสี่ยง

คำถามที่​พบบ่อย​เรื่อง Profit Factor

Profit Factor คืออะไร ถ้าอธิบายในประโยคเดียว?

คือกำไรรวมหารด้วย​ขาดทุน​รวมของเทรดที่ปิดแล้ว ในช่วงที่รายงานครอบคลุม

Profit Factor สูงมาก แปลว่า EA ตัวนั้นดีใช่ไหม?

ยังสรุป​ไม่ได้ ค่าที่สูงอาจมาจากจำนวนเทรดน้อย ช่วงทดสอบที่ถูกเลือก หรือระบบที่ถือ​ออเดอร์​ติดลบไว้ไม่ปิด ต้องดู Total Trades, Equity Drawdown และช่วงวันที่ประกอบเสมอ

ทำไม Profit Factor ในบัญชีจริงไม่เท่ากับใน Backtest?

เพราะเงื่อนไขไม่เหมือนกัน บัญชีจริงมี Spread ที่เปลี่ยนตลอด มี Slippage ค่า​คอมมิชชัน และ Swap อีกทั้งช่วงที่เทรดจริงเป็นคนละช่วงกับที่ทดสอบ ต่างกัน​บ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าต่างมากควรตรวจการ​ตั้งค่า​และสเปกบัญชี

ต้องมีกี่เทรด ถึงจะเชื่อ Profit Factor ได้?

ไม่มีจำนวนตายตัว ยิ่งมากและครอบคลุมหลายสภาวะตลาดยิ่งดี วิธีตรวจง่าย ๆ คือตัดไม้ที่กำไรมากที่สุดออกแล้วคิดใหม่ ถ้าค่าเปลี่ยนไปมาก แปลว่าข้อมูลยังน้อยเกินไป

ถ้าอ่านผล Backtest ของ FALCON PRO EA ในหน้า Backtest แล้วมีค่าไหนที่ไม่เข้าใจ ถาม​ทีมงาน​ทาง LINE ได้ เราช่วยอธิบายวิธีอ่านให้ แต่ไม่รับรองผลกำไร

ถามวิธีอ่านรายงานทาง LINE
แชร์บทความนี้

การเทรด Forex ทองคำ CFD และสินทรัพย์ที่ใช้ Leverage มี​ความเสี่ยง​สูง ราคาอาจเคลื่อนไหวรุนแรงจนคุณ​สูญเสีย​เงินทุน​ไปบางส่วนหรือทั้งหมด ผลการทดสอบและผลที่เคยเกิดขึ้นในอดีต​ไม่ได้​รับประกัน​ผลในอนาคต FALCON PRO EA เป็นซอฟต์แวร์ที่ส่ง​คำสั่ง​ซื้อขาย​ทองคำ XAUUSD ตามกลยุทธ์ของชุด EA ที่​ผู้ใช้​เลือก ทุกชุดถือ​ออเดอร์​ที่ติดลบไว้ เปิด​ออเดอร์​แก้เพิ่มด้วย Lot ที่ใหญ่ขึ้น และไม่ตัด​ขาดทุน​เอง เมื่อราคาไปทางเดียวไกล เงินในบัญชีอาจหมดได้ ซอฟต์แวร์นี้ไม่ถือเป็น​คำแนะนำ​ด้านการลงทุน และไม่มีการ​รับประกัน​กำไรในทุกกรณี ผู้ใช้​ควรศึกษาข้อมูล เริ่มด้วยเงิน​จำนวนน้อย​ที่ยอมเสียได้ทั้งหมด เช่น บัญชี Cent และกำหนด​ความเสี่ยง​ให้เหมาะกับฐานะของตนเองก่อน​ใช้งาน​จริง

ตัวอย่างตัวเลขในบทความสมมติขึ้นเพื่อใช้อธิบายหลักการเท่านั้น และไม่ใช่ผลการเทรดของ FALCON PRO EA

เปิดอ่านคำเตือน​ความเสี่ยง​ทุกข้อ