Money Management คืออะไร: วางกติกาเรื่องเงินก่อนปล่อย EA เทรดทอง

Money Management คืออะไร และทำไมคนที่ใช้​บอทเทรด​ทองควรให้เวลากับเรื่องนี้มากกว่าการเลือกว่าจะใช้ระบบไหน คำตอบ​สั้นที่สุดคือ EA เลือกจุดเข้าออกแทนคุณได้ แต่ไม่รู้ว่าเงินก้อนนั้นสำคัญกับชีวิตคุณ​แค่ไหน บทความนี้ไล่ตั้งแต่ส่วนประกอบของการบริหารเงิน ความเสี่ยง​ของ EA กริดที่ไม่ตัด​ขาดทุน ไปจนถึงการตั้งเพดานของตัวเองก่อนใช้เงินจริง

สรุปสั้น: Money Management คือชุดกติกาเรื่องเงินที่ตั้งไว้ก่อนเทรด ได้แก่ ใช้เงินก้อนไหน เปิด​ขนาด​เท่าไรเทียบกับเงินในบัญชี ยอมติดลบได้ลึก​แค่ไหน ถอนกำไรเมื่อไร และหยุดเมื่อเกิดอะไรขึ้น สำหรับ EA กริดที่ถือ​ออเดอร์​ติดลบและขยาย Lot ความเสี่ยง​อยู่ที่​ออเดอร์​ทั้งชุดที่เปิดค้างพร้อมกัน ไม่ใช่ที่ไม้แรก และชุด EA ของ FALCON ทุกชุดก็ทำงานแบบนี้

Money Management คืออะไร

การเทรดทุกครั้งมีการ​ตัดสินใจ​สองฝั่ง ฝั่งแรกคือจังหวะ ถามว่าจะซื้อหรือขายที่ราคาไหน ฝั่งที่สองคือเงิน ถามว่าจะเอาเงินเท่าไรไปเสี่ยงกับจังหวะนั้น และถ้าผิดทางจะยอมเสียได้​แค่ไหน การบริหารเงินคือการตอบคำถามฝั่งที่สองให้เป็นระบบ

ในบทความสอนบริหาร​ความเสี่ยง Forex มักใช้คำนี้ปนกับ Risk Management เพราะ​เป้าหมาย​เดียวกันคือให้บัญชีอยู่รอดนานพอ การบริหารเงิน​ไม่ได้​เปลี่ยนระบบที่​ขาดทุน​ให้ได้กำไร และ​ไม่ได้​รับประกัน​ว่าบัญชีจะไม่หมด สิ่งที่ทำได้คือจำกัดความ​เสียหาย​ให้อยู่ในกรอบที่คุณเลือกไว้ตอนที่ยังใจเย็น

ทำไม EA เทรดทองต้องการ Money Management มากกว่าการเทรดเอง

คนที่เทรดเองมีจังหวะหยุดคิดก่อนกดทุกครั้ง บอทเทรด​ไม่มีจังหวะนั้น มันทำตามกฎ​ตลอดเวลา​ที่ตลาดเปิด รวมถึงตอนที่คุณหลับ ถ้า​ขนาด​เงินที่ตั้งไว้ใหญ่เกินตัว ระบบจะทำซ้ำความ​ผิดพลาด​นั้นทุก​ออเดอร์

อีกเหตุผลคือ เมื่อใช้ EA คุณแทบ​ไม่ได้​คุมจุดเข้าออกเลย สิ่งที่อยู่ในมือมีแค่ฝั่งเงิน คือเงินในบัญชี ชุดหรือ​ขนาด Lot เพดาน​ขาดทุน และการ​ตัดสินใจ​ว่าจะหยุดเมื่อไร ถ้ายังไม่แน่ใจว่า​บอทเทรด​ทอง​ตัดสินใจ​เปิดปิด​ออเดอร์​อย่างไร อ่านภาพรวมใน คู่มือ​บอทเทรด​ทองฉบับเต็ม ก่อนได้

  • ขนาด​สะสมโดยไม่ต้องกดอะไร: EA บางแบบเปิด​ออเดอร์​เพิ่มเองเมื่อราคา​สวนทาง ขนาด​รวมของบัญชีจึงโตขึ้นได้ทั้งที่คุณ​ไม่ได้​แตะอะไรเลย
  • ผลช่วงแรกหลอกตาได้: กำไรเล็ก ๆ ติดกันหลายสัปดาห์ชวนให้เพิ่ม Lot ทั้งที่​ความเสี่ยง​ก้อนใหญ่ยังไม่เคยโผล่มา

เงินทุน​ที่ยอมเสียได้ และการแยกเงินเทรดออกจากเงินใช้ชีวิต

งานแรกของการบริหารเงินเกิดขึ้นก่อนเปิดบัญชีเสียอีก คือการตอบให้ได้ว่าเงินก้อนไหนหายไปทั้งหมดแล้วชีวิตยังเดินต่อได้ ไม่ต้องผิดนัดหนี้ และไม่ต้องหยิบยืมใคร เงินก้อนนั้นเท่านั้นที่ควรเข้าบัญชีเทรด

หน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดของสหภาพยุโรป (ESMA) ประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2018 ว่าจะจำกัดการขาย CFD ให้นักลงทุนรายย่อยในสหภาพยุโรป โดยอ้างผลวิเคราะห์ของหน่วยงานกำกับระดับประเทศว่าบัญชีรายย่อยราว 74 ถึง 89% มัก​ขาดทุน​จาก CFD มาตรการที่ตามมามีทั้งเพดาน Leverage ตามประเภทสินทรัพย์ การบังคับปิดสถานะเมื่อเงินค้ำประกันเหลือครึ่งหนึ่งของ Margin ที่ต้องใช้ และการคุ้มครองไม่ให้​ขาดทุน​เกินเงินที่ฝาก (Negative Balance Protection) รายละเอียด​อยู่ใน ประกาศของ ESMA เรื่องการจำกัด CFD (ภาษาอังกฤษ) มาตรการนี้ใช้กับลูกค้ารายย่อยในสหภาพยุโรป โบรกเกอร์​ที่อื่นอาจมีเงื่อนไขต่างไป ควรตรวจเงื่อนไขบัญชีของตัวเอง

แยกเงินให้เห็นเป็นกอง

  • เงินใช้จ่ายประจำ: ค่าที่พัก ค่ากิน และหนี้ที่ต้องผ่อนทุกเดือน
  • เงินสำรองฉุกเฉิน: เงินที่กันไว้รับมือการเจ็บป่วยหรือรายได้หยุดชะงัก
  • เงินออมที่มีวันครบกำหนด: เช่น เงินดาวน์บ้านหรือค่าเรียนลูก
  • เงินที่ยอมเสียได้ทั้งหมด: ส่วนที่เหลือหลังกันสามกองแรก กองนี้กองเดียวที่ควรไปอยู่ในบัญชีเทรด

เงินกู้ วงเงินบัตรเครดิต หรือเงินที่ยืมคนอื่นมา ไม่ควรอยู่ในกองสุดท้าย เพราะ​ขาดทุน​แล้วยังต้องจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย ถ้าเป็น​ครั้งแรก​ที่ใช้ EA แนวนี้ ให้เริ่มด้วยเงิน​จำนวนน้อย​ที่ยอมเสียได้ทั้งหมด เช่น บัญชี Cent ซึ่งเป็นบัญชีเงินจริงที่แสดงยอดเป็นหน่วย​เซ็นต์

ความเสี่ยง​ต่อไม้ ความเสี่ยง​ของทั้งระบบ และ​ขนาด Lot เทียบกับเงินในบัญชี

ตำราเทรดส่วนใหญ่เริ่มจาก​ความเสี่ยง​ต่อไม้ (Risk per Trade) คือกำหนดก่อนว่าถ้า​ออเดอร์​นี้โดน Stop Loss จะเสียกี่​เปอร์เซ็นต์​ของทุน แล้วจึงคำนวณ Lot ย้อนกลับจากระยะ Stop Loss วิธีนี้เหมาะกับการเทรดที่ทุกไม้มีจุดตัด​ขาดทุน แต่ความ​เสียหาย​ที่ทำให้บัญชีหมดจริงมัก​ไม่ได้​มาจากไม้เดียว มันมาจาก​ผลรวม​ของทุกอย่างที่เปิดค้างพร้อมกันในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ

มุมมอง ความเสี่ยง​ต่อไม้ ความเสี่ยง​ของทั้งระบบ
คำถามหลัก ไม้นี้ผิดทางแล้วเสียเท่าไร ถ้าทุกอย่างที่เปิดอยู่ผิดทางพร้อมกัน บัญชีจะเหลือเท่าไร
สิ่งที่นับ ออเดอร์​เดียวกับระยะ Stop Loss ของมัน ออเดอร์​ทั้งหมด ออเดอร์​ที่ระบบจะเปิดเพิ่ม และการเทรดอื่นในบัญชีเดียวกัน
จุดที่มักมองข้าม ราคากระโดดข้าม Stop Loss ราคาวิ่งทางเดียวนานกว่าที่เคยเห็นในข้อมูล​ย้อนหลัง

ขนาด Lot ต้องดูคู่กับเงินในบัญชีเสมอ

ตัวอย่างสมมติ ถ้าทองคำ 1 Lot เท่ากับ 100 ออนซ์ ออเดอร์ 0.01 Lot จะ​ขาดทุน​ราว 1 USD ทุกครั้งที่ราคาวิ่งสวน 1 ดอลลาร์ ราคาวิ่งสวน 10 ดอลลาร์จึงเสียราว 10 USD เท่ากับ 2% ของบัญชี 500 USD แต่เป็นแค่ 0.5% ของบัญชี 2,000 USD ออเดอร์​ขนาด​เดียวกันจึงเสี่ยง​ต่างกัน​สี่เท่าตามเงินที่รองรับอยู่

ขนาด​สัญญาของทองคำ​ต่างกัน​ไปตาม​โบรกเกอร์​และประเภทบัญชี เปิดดูได้ใน MT5 โดยคลิกขวาที่ XAUUSD แล้วเลือก Specification ค่าที่ต้องดูคือ Contract size และเมื่อมีหลาย​ออเดอร์​ทางเดียวกัน ให้คิดจาก Lot รวม

Leverage และ Margin: ตัวคูณที่​ไม่ได้​เพิ่มเงินให้คุณ

Leverage สูงทำให้ Margin ที่ต้องวางต่อ​ออเดอร์​น้อยลง แต่กำไรหรือ​ขาดทุน​เมื่อราคาขยับยังเท่าเดิมทุกประการ เพราะขึ้นกับ​ขนาด Lot ปัญหาจึงอยู่ที่มันเปิดทางให้เปิด Lot ใหญ่เกินกว่าที่เงินในบัญชีรับไหวได้ง่ายขึ้นมาก ก่อนเลือกบัญชีควรเข้าใจว่า Leverage เปลี่ยนอะไรและไม่เปลี่ยนอะไร ส่วนในสหภาพยุโรป ประกาศของ ESMA ข้างต้นกำหนดเพดาน Leverage ทองคำของลูกค้ารายย่อยไว้ที่ 20:1

Margin Level คือ Equity หารด้วย Margin ที่ใช้อยู่แล้วคูณ 100 ถ้าค่านี้ตกลงมาแตะเส้นแรกที่​โบรกเกอร์​ตั้งไว้ คุณจะได้รับ Margin Call และถ้าลดลงต่อถึงระดับ Stop Out โบรกเกอร์​จะเริ่มบังคับปิด​ออเดอร์ ระดับของทั้งสองค่า​ต่างกัน​ไปตาม​โบรกเกอร์​และประเภทบัญชี จึงควรรู้ความต่างของ Margin Call กับ Stop Outก่อนตั้งงบ

ระบบที่เปิด​ออเดอร์​ซ้อนทางเดียวกันทำให้ Margin Level ถูกบีบสองด้าน Equity ลดลงเพราะ​ขาดทุน​ลอยตัว ขณะที่ Margin ที่ใช้เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มี​ออเดอร์​ใหม่ Stop Out จึงมักเกิดตอนที่บัญชีติดลบลึกที่สุด และเปลี่ยน​ขาดทุน​ลอยตัวเป็น​ขาดทุน​จริงทันที

เพดาน Drawdown ที่​ตัดสินใจ​ไว้ก่อนเริ่ม

Drawdown คือระยะที่บัญชีลดลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้า เพดาน Drawdown คือ​คำตอบ​ของคำถามว่า “ถ้าบัญชีลดลงถึงจุดนี้ ฉันจะทำอะไร” และต้องตอบตอนที่บัญชียังไม่ติดลบ เพราะเมื่อติดลบแล้ว คนส่วนใหญ่จะหาเหตุผลให้รอต่ออีกนิดเสมอ

  • ตั้งเป็นตัวเงินควบคู่กับ​เปอร์เซ็นต์: เพดาน 30% ของเงิน 1,000 USD คือการยอมเห็นเงิน 300 USD หายไประหว่างทาง
  • วัดจาก Equity ไม่ใช่ Balance: ระบบที่ถือ​ออเดอร์​ติดลบไว้ทำให้ Balance ดูนิ่ง ทั้งที่ Equity ลดลงลึกแล้ว
  • เผื่อให้ลึกกว่าข้อมูล​ย้อนหลัง: ช่วงติดลบที่ลึกที่สุดใน​ผลทดสอบ​เป็นแค่สิ่งที่เคยเกิด ผลทดสอบ​ย้อนหลัง​ของชุด EA ของ FALCON พร้อมเงื่อนไขและ​ข้อจำกัด​อยู่ที่หน้า Backtest
  • กำหนดการกระทำให้ชัด: ถึงเพดานแล้วจะหยุดระบบเพื่อทบทวน หรือจะปิด​ออเดอร์​ทั้งหมด ต้องเลือกไว้​ล่วงหน้า

อีกเหตุผลคือคณิตศาสตร์ของการฟื้นตัว บัญชีที่ติดลบ 50% ต้องทำกำไร 100% จากเงินที่เหลือจึงจะกลับไปที่เดิม การเข้าใจค่า Drawdown แบบต่าง ๆ ในรายงานของ MT5 ช่วยให้ตั้งเพดานได้ใกล้ความจริงขึ้น

EA กริดและ EA แก้​ออเดอร์: ความเสี่ยง​อยู่ในตะกร้า​ออเดอร์​ทั้งชุด

EA แบบกริดหรือแบบแก้​ออเดอร์ (Recovery) ไม่ปิด​ออเดอร์​แรกทิ้งเมื่อราคา​สวนทาง แต่ถือไว้แล้วเปิด​ออเดอร์​ใหม่ทางเดียวกันเป็นขั้น ๆ ห่างกันตามระยะกริด และมักขยาย Lot ของขั้นถัดไปให้ใหญ่ขึ้น เพื่อดึงจุดคุ้มทุนของทั้งชุดเข้ามาใกล้ราคาปัจจุบัน เมื่อราคาย้อนกลับมามากพอจึงปิดทั้งชุดพร้อมกัน

ไม่มีไม้ไหนมี Stop Loss ให้คำนวณ ความเสี่ยง​จริงจึงอยู่ที่ “ตะกร้า” คือ​ออเดอร์​ทั้งหมดที่เปิดค้างในเวลาเดียวกัน

  • Lot รวมโตเร็วกว่าที่เห็นจากไม้แรก: ทุกขั้นที่เปิดเพิ่มทำให้​ขาดทุน​ต่อการขยับหนึ่งดอลลาร์ใหญ่ขึ้น
  • ไม่มีจุดตัด​ขาดทุน​ในตัว: ขาดทุน​ลอยตัวสะสมไปจนกว่าคุณ เพดานที่ตั้งไว้ หรือ Stop Out ของ​โบรกเกอร์​จะหยุดมัน
  • กรณีเลวร้ายคือราคาวิ่งทางเดียวยาว: วันที่ราคาไปทางเดียวไกลกว่าที่จำนวนขั้นรับได้ บัญชีอาจ​เสียหาย​จนหมด หรือที่นักเทรดเรียกกันว่าพอร์ตแตก

ตัวอย่างสมมติ: ตะกร้า​ออเดอร์​โตเร็ว​แค่ไหน

ตัวอย่างสมมติ: ตัวเลขชุดนี้ใช้อธิบายคณิตศาสตร์เท่านั้น ไม่ใช่ค่าของชุด EA ใด และไม่ใช่ผลการเทรด สมมติว่าระบบเปิด Buy ทองคำ 0.01 Lot และทุกครั้งที่ราคาลงอีก 5 ดอลลาร์จะเปิด Buy เพิ่มด้วย Lot สองเท่าของขั้นก่อน จนครบ 6 ออเดอร์ โดย 1 Lot เท่ากับ 100 ออนซ์ และไม่นับ Spread กับ Swap

ราคาลงจาก​ออเดอร์​แรก จำนวน​ออเดอร์ Lot รวม ขาดทุน​ลอยตัว (ประมาณ) เทียบกับบัญชี 1,000 USD
5 ดอลลาร์ 2 0.03 5 USD 0.5%
10 ดอลลาร์ 3 0.07 20 USD 2%
15 ดอลลาร์ 4 0.15 55 USD 5.5%
20 ดอลลาร์ 5 0.31 130 USD 13%
25 ดอลลาร์ 6 0.63 285 USD 28.5%
30 ดอลลาร์ 6 (ครบแล้ว) 0.63 600 USD 60%
40 ดอลลาร์ 6 0.63 1,230 USD เกินเงินในบัญชี
  • ช่วงราคาลง 25 ดอลลาร์แรก ขาดทุน​ยังไม่ถึงหนึ่งในสามของบัญชี ระบบจึงดูปลอดภัย
  • เมื่อเปิดครบแล้ว ทุกดอลลาร์ที่ราคาลงต่อทำให้​ขาดทุน​เพิ่มราว 63 USD หรือ 63 เท่าของไม้แรก
  • ในบัญชีจริง Stop Out จะบังคับปิด​ออเดอร์​ก่อน Equity ถึงศูนย์ ขาดทุน​จึงกลายเป็นของจริงที่จุดลึกที่สุด

ความเสี่ยง​จึงกระจุกอยู่ช่วงท้าย ทองคำวิ่งทางเดียวหลายสิบดอลลาร์ในวันเดียวเกิดขึ้นได้ในช่วงข่าวแรง และตลาดเปิดเช้าวันจันทร์อาจเกิดช่องว่างราคา (Gap) ทำให้​ขาดทุน​ลอยตัวกระโดดขึ้นทันทีโดยไม่มีจังหวะให้ใครตอบสนอง การที่ EA ไม่มี Stop Loss ไม่ได้​แปลว่าจำกัดความ​เสียหาย​ไม่ได้ เพียงแต่​เครื่องมือ​ต้องอยู่นอกตัว EA ได้แก่ เงินในบัญชีที่เพียงพอ เพดาน​ขาดทุน และการหยุดตามแผน

ใช้กับ FALCON ด้วย: ชุด EA ทั้งเจ็ดชุดของ FALCON คือ EA FALCON รุ่น 1.10 (FALCON PRO, FALCON PLUS, FALCON ULTRA, FALCON FURY) และ FALCON 5.0 (FALCON SCOUT, FALCON HUNTER, FALCON APEX) เปิด​ออเดอร์​แก้แบบกริดพร้อมขยาย Lot และไม่ตัด​ขาดทุน​เองทุกชุด ทุกข้อในหัวข้อนี้จึงใช้กับ FALCON ตรงตัว ถ้าราคาวิ่งทางเดียวไกลกว่าที่การแก้​ออเดอร์​รับได้ บัญชี​เสียหาย​ได้ถึงหมดทั้งบัญชี ไม่ว่าจะเลือก​ชุดไหน

สิ่งที่คุณคุมได้เมื่อใช้ FALCON ผ่าน​แดชบอร์ด

FALCON PRO EA เทรดทองคำ XAUUSD บน MT5 อย่างเดียว และ​ใช้งาน​ผ่านแดชบอร์ด​สมาชิกเท่านั้น EA ทำงานบน​เซิร์ฟเวอร์​ของ FALCON คุณจึงไม่ต้องเปิดคอมค้างหรือเช่า VPS แต่การบริหารเงินยังเป็นงานของคุณทั้งหมด

ตัวแปร คุณทำอะไรได้ ข้อควรรู้
เงินในบัญชีเทรด ฝากและถอนเองกับ​โบรกเกอร์ หน้าเลือก EA แสดงเงินที่แนะนำของแต่ละชุด เงินน้อยกว่านั้นทำให้โอกาสเสียทั้งบัญชีสูงขึ้น
ชุด EA เลือกเองจากเจ็ดชุด ระดับ​ความเสี่ยง​เทียบกันภายในระบบเดียวกัน ชุดที่ระบุว่าเสี่ยงต่ำ​ไม่ได้​แปลว่าปลอดภัย
ขนาด Lot ตั้งได้เฉพาะในชุดที่เปิดให้ตั้ง FALCON 5.0 คิด​ขนาด Lot ให้เอง และปรับขึ้นตามกำไรสะสมทุกต้นเดือน ช่วงติดลบเมื่อนับเป็นเงินจึงใหญ่ขึ้นตาม
Guardian เปิดและตั้งเพดาน​ขาดทุน​เองในหน้า​ตั้งค่า EA ของแต่ละบัญชี ค่า​เริ่มต้น​คือปิด เมื่อถึงเพดาน ระบบหยุด EA พยายามปิดทุก​ออเดอร์ แล้วล็อกบัญชีจนคุณ​ปลดล็อก ไม่​รับประกัน​ว่า​ขาดทุน​จะไม่เกินเพดาน
ปุ่มหยุด EA กดได้ทุกเมื่อ EA ไม่เปิด​ออเดอร์​ใหม่ แต่​ออเดอร์​ที่เปิดอยู่ไม่ถูกปิด จะปิดหรือไม่ คุณ​ตัดสินใจ​เองในแอป MT5

สามเรื่องที่ต้อง​ตัดสินใจ​ก่อนกดเริ่มรัน

  • ชุดและ Lot ต้องมาจากเงินที่มี: ขนาด Lot และระดับ​ความเสี่ยง​ปรับได้เฉพาะตอนที่บัญชีไม่มี​ออเดอร์​ค้าง จึงควรเลือกให้พอดีตั้งแต่ก่อนกดเริ่ม
  • เปิด Guardian หรือไม่ และตั้งไว้เท่าไร: เพดานต่ำทำให้ตะกร้าถูกตัดก่อนการแก้​ออเดอร์​จะทำงานครบบ่อยขึ้น เพดานสูงหรือไม่เปิดเลยทำให้วันที่แย่ที่สุด​เสียหาย​ลึกขึ้น ไม่มีค่าที่ถูกสำหรับทุกคน
  • ดูบัญชีจาก​ที่ไหน: ตัวเลขบนหน้าเว็บของ​แดชบอร์ด​อัปเดตเป็นรอบ จึงควรดูยอดเงินและ​ออเดอร์​ในแอป MT5 ควบคู่เสมอ วิธีลงแอปอยู่ในคู่มือ​ล็อกอิน MT5

ค่า​แพ็กเกจ​จ่าย​ครั้งเดียว​และรวมการรันบน​แดชบอร์ด​ไว้แล้ว ไม่มีค่า​รายเดือน (ดูหน้าแพ็กเกจ​และราคา) แต่ Spread และ Swap ยังถูกหักจากบัญชีโดย​โบรกเกอร์ และเพราะ​เซิร์ฟเวอร์ อินเทอร์เน็ต หรือระบบของ​โบรกเกอร์​ขัดข้องได้ การดูบัญชีด้วยตัวเองจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารเงิน

ถอนกำไรและจุดหยุด: สองกติกาที่ต้องเขียนไว้ก่อน

กำไรที่ยังอยู่ในบัญชีเทรดยังเป็นเงินที่เสี่ยงอยู่ การถอนเป็นรอบ ๆ ทำให้ผลลัพธ์บางส่วนพ้นจากตลาดจริง

  • ดูจาก Equity ไม่ใช่ Balance: ในระบบกริด Balance อาจสูงขึ้นจากรอบที่ปิดกำไร ขณะที่ตะกร้าที่ยังเปิดอยู่ติดลบหนัก
  • เลือกจังหวะที่ไม่มีตะกร้าติดลบ: การถอนตอนมี​ออเดอร์​ติดลบทำให้ Free Margin ลดลงทันทีและดึง Margin Level เข้าใกล้ Stop Out หลาย​โบรกเกอร์​ยังให้ถอนได้ไม่เกิน Free Margin ที่เหลืออยู่
  • ทบทวนชุดและ Lot หลังถอน: เงินที่ลดลงอาจต่ำกว่าเงินที่แนะนำของชุดที่ใช้อยู่

จุดหยุดที่ดีคือการหยุดตามเงื่อนไขที่เขียนไว้ ไม่ใช่การหยุดเพราะทนไม่ไหว ตัวอย่างเงื่อนไขที่ควรอยู่ในรายการของคุณ

  • Equity ลดลงถึงเพดาน Drawdown ที่ตั้งไว้
  • เงินในบัญชีต่ำกว่าเงินที่แนะนำของชุดที่ใช้อยู่
  • จำนวน​ออเดอร์​หรือ Lot รวมมากกว่าที่คุณเข้าใจไว้
  • โบรกเกอร์​เปลี่ยนเงื่อนไขสำคัญ เช่น ลด Leverage หรือปรับระดับ Stop Out
  • คุณเริ่มอยากเติมเงินเพื่อประคองตะกร้า หรืออยากเพิ่ม Lot เพื่อเอาคืน

สำหรับ EA กริด การหยุดมีสองชั้น ชั้นแรกคือหยุด EA ไม่ให้เปิด​ออเดอร์​ใหม่ ชั้นที่สองคือ​ตัดสินใจ​เรื่อง​ออเดอร์​ที่ค้างอยู่ ปิดทั้งหมดคือยอมรับ​ขาดทุน​จริงทันที ปล่อยไว้ก็​ขาดทุน​เพิ่มได้โดยไม่มีระบบใดดูแล จึงควรเลือกไว้ก่อนวันที่ต้องใช้จริง

วางแผนการบริหาร​ความเสี่ยง Forex ของตัวเอง​ทีละขั้น

ขั้นตอน​นี้ใช้ได้กับ EA เทรดทองทุกแบบ ตัวเลขทุกตัวเป็นค่าที่คุณกำหนดเอง

  1. แยกเงินและตั้งงบที่ยอมเสียได้ทั้งหมด

    งบนี้คือยอดสูงสุดที่จะฝากเข้าบัญชีเทรดตลอดทั้งแผน ไม่ใช่แค่รอบแรก

  2. เริ่มจากเงินก้อนเล็ก

    ฝากเพียงส่วนหนึ่งของงบ หรือใช้บัญชี Cent แล้วค่อย​ตัดสินใจ​เรื่องเพิ่มเงินหลังเห็นช่วงติดลบมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งรอบ

  3. เลือกชุดและ Lot จากเงินที่มี

    เลือกชุดที่เงินของคุณถึงเกณฑ์เงินที่แนะนำอย่างสบาย ไม่ใช่ชุดที่ทำให้ฝันถึงกำไรมากที่สุด

  4. ตั้งเพดาน Drawdown เป็นตัวเงิน

    เขียนว่า Equity ต่ำกว่าเท่าไรจะทำอะไร แล้วเลือกว่าจะให้ Guardian ทำแทนหรือจะ​ตัดสินใจ​เอง ใช้เครื่องมือ​คำนวณ Drawdownดูว่าระดับนั้นต้องทำกำไรคืนเท่าไร

  5. ตั้งกติกาถอนกำไรและเติมเงิน

    กำหนดจังหวะและสัดส่วนการถอนโดยคิดจาก Equity และเขียนให้ชัดว่าจะไม่เติมเงินเพื่อหนี Stop Out ระหว่างที่มีตะกร้าติดลบ

  6. ตั้งรอบดูบัญชีและรอบทบทวน

    ดูบัญชีในแอป MT5 ทุกวัน และทบทวนแผนทุกครั้งที่ฝาก ถอน หรือยอดเงินเปลี่ยนไปมาก

ตัวอย่างแผนแบบสมมติ

สมมติ​ผู้ใช้​คนหนึ่งตั้งงบที่ยอมเสียได้ทั้งหมดไว้ 300 USD และเริ่มด้วยบัญชี Cent ตัวเลขทุกช่องเป็นค่าสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ค่าที่แนะนำ ไม่ได้​มาจากเงินที่แนะนำของชุด EA ใด และ​ไม่ได้​คาดการณ์​ผลของระบบใด

หัวข้อในแผน ค่าสมมติ ความหมาย
งบที่ยอมเสียได้ทั้งหมด 300 USD เงินที่ฝากรวมทุกครั้งต้องไม่เกินยอดนี้
เงินฝากรอบแรก 150 USD บนบัญชี Cent MT5 แสดงยอดเป็น 15,000 เซ็นต์ แต่คิด​เปอร์เซ็นต์​แบบเดียวกับบัญชีปกติ
เพดาน Drawdown 40% ของเงินตั้งต้น เมื่อ Equity ต่ำกว่า 90 USD จะหยุด EA และปิด​ออเดอร์​ที่ค้างอยู่ทั้งหมด
กติกาถอน ทุกสิ้นเดือน ถอนครึ่งหนึ่งของส่วนที่ Equity เกิน 150 USD ในวันที่ไม่มีตะกร้าติดลบ
กติกาเติมเงิน ไม่เติมระหว่างติดลบ เติมได้อีกไม่เกิน 150 USD และเฉพาะหลังทบทวนแผนใหม่

ความ​ผิดพลาด​ที่​พบบ่อย​ในการบริหารเงินของ​ผู้ใช้ EA

  • ใช้เงินที่เสีย​ไม่ได้ เช่น เงินกู้หรือเงินสำรองฉุกเฉิน แล้ว​ตัดสินใจ​ทุกอย่างด้วยความกลัว
  • เติมเงินเพื่อหนี Stop Out ระหว่างที่ตะกร้าติดลบ ซึ่งเท่ากับเพิ่มเงินเดิมพันในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด
  • เพิ่ม Lot หรือย้ายไปชุดที่เสี่ยงกว่าหลังกำไรติดกันไม่กี่สัปดาห์
  • เปิด​ออเดอร์​เองหรือรัน EA ตัวอื่นซ้อนในบัญชีเดียวกัน จน​ความเสี่ยง​รวมสูงกว่าที่ระบบออกแบบไว้
  • อ่าน Drawdown สูงสุดจาก​ผลทดสอบ​ย้อนหลัง​เป็นขีดจำกัดที่ไม่มีวันเกิน
  • เชื่อว่าเพดาน​ขาดทุน​หรือการหยุด EA จะปิด​ออเดอร์​ได้ที่ราคาที่ตั้งไว้เสมอ

เช็กลิสต์​สั้นก่อนเริ่มใช้เงินจริง

  • เงินในบัญชีมาจากกองที่ยอมเสียได้ทั้งหมด และไม่น้อยกว่าเงินที่แนะนำของชุดที่เลือก
  • จดไว้แล้วว่าบัญชีของคุณเตือน Margin Call และถูกปิด​ออเดอร์ (Stop Out) ที่ระดับเท่าไร
  • เขียนเพดาน Drawdown กติกาถอนกำไร และกติกาเติมเงินไว้แล้ว
  • ลงแอป MT5 ไว้ดูบัญชีและปิด​ออเดอร์​เองได้
  • ยอมรับได้ว่าบัญชีอาจ​เสียหาย​จนหมด

ความเสี่ยง​ที่ต้องยอมรับ: ทองคำ Forex และ CFD ที่เทรดด้วย Leverage มี​ความเสี่ยง​สูง คุณอาจ​สูญเสีย​เงินทุน​บางส่วนหรือทั้งหมด การบริหารเงินช่วยจำกัด​ขนาด​ความ​เสียหาย​ได้ แต่​ไม่ได้​ทำให้ระบบใดปลอดภัยจากการ​ขาดทุน ผลการทดสอบและผลในอดีต​ไม่ได้​รับประกัน​ผลลัพธ์ในอนาคต เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่​คำแนะนำ​การลงทุน อ่านประกาศ​ความเสี่ยงให้ครบก่อนฝากเงิน

คำถามที่​พบบ่อย

Money Management กับ Risk Management ต่างกัน​ไหม?

Money Management คือการกำหนดเรื่องเงิน เช่น ใช้เงินก้อนไหน เปิด​ขนาด​เท่าไร และถอนเมื่อไร ส่วน Risk Management เน้นว่าบัญชีเปิดรับความ​เสียหาย​ไว้มาก​แค่ไหน​และจะจำกัดด้วยอะไร ในทางปฏิบัติต้องทำคู่กันเสมอ

หลัก Money Management Forex ที่สอนกันทั่วไป ใช้กับ EA กริดได้ไหม?

ใช้ได้บางส่วน เรื่องเงินที่ยอมเสียได้ เพดาน Drawdown และการถอนกำไรใช้ได้เหมือนเดิม แต่สูตรเสี่ยงกี่​เปอร์เซ็นต์​ต่อไม้ใช้ตรง ๆ ไม่ได้ เพราะ EA กริดไม่มี Stop Loss ต่อไม้ ต้องคิดจาก Lot รวมของตะกร้าเทียบกับเงินในบัญชีแทน

ใช้ EA เทรดทองควรเริ่มด้วยเงินเท่าไร?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน เริ่มจากงบที่ยอมเสียได้ทั้งหมด แล้วเทียบกับเงินที่แนะนำของชุดที่จะใช้ในหน้าเลือก EA ของ​แดชบอร์ด ถ้าเพิ่งเริ่ม ให้ใช้เงิน​จำนวนน้อย เช่น บัญชี Cent

ตั้ง Stop Loss ให้ FALCON ได้ไหม?

ตัว EA ทุกชุดไม่ตัด​ขาดทุน​เอง สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Guardian เพดาน​ขาดทุน​ของ​แดชบอร์ด ซึ่งปิดอยู่จนกว่าคุณจะเปิดและตั้งเอง เมื่อถึงเพดาน ระบบหยุด EA และพยายามปิดทุก​ออเดอร์ แต่ราคาที่ปิดได้จริงอาจแย่กว่าเพดานในช่วงข่าวแรงหรือเมื่อราคาเปิดกระโดด

ฝากเงินเพิ่มเพื่อไม่ให้โดน Stop Out ดีไหม?

ควรระวังที่สุด เงินที่เติมช่วยยืดเวลาให้ตะกร้า แต่ถ้าราคายังวิ่งทางเดิม เงินก้อนใหม่ก็เสี่ยงหายไปพร้อมก้อนเดิม เรื่องนี้ควร​ตัดสินใจ​ไว้ในแผนตั้งแต่ก่อนเริ่ม ไม่ใช่ตอนที่ Margin Level กำลังลดลง

ควรถอนกำไรบ่อย​แค่ไหน?

ไม่มีความถี่ที่​ถูกต้อง​ตายตัว สิ่งสำคัญคือมีกติกาที่เขียนไว้ คิดจาก Equity ถอนในจังหวะที่ไม่มีตะกร้าติดลบ และทบทวนชุดกับ Lot หลังถอนทุกครั้ง

ถ้าวางแผนตาม​ขั้นตอน​ข้างบนแล้วยังไม่แน่ใจว่าเงินในบัญชีของคุณเข้ากับ​ชุดไหน​ของ FALCON PRO EA หรืออยากเข้าใจว่า Guardian ทำงานอย่างไร ส่งตัวเลขในแผนมาคุยกับ​ทีมงาน​ได้ ไม่ต้องส่งเลขบัญชีหรือ​รหัสผ่าน​ใด ๆ

ถาม​ทีมงาน​เรื่องทุนและชุด EA ทาง LINE
แชร์บทความนี้

การเทรด Forex ทองคำ CFD และสินทรัพย์ที่ใช้ Leverage มี​ความเสี่ยง​สูง ราคาอาจเคลื่อนไหวรุนแรงจนคุณ​สูญเสีย​เงินทุน​ไปบางส่วนหรือทั้งหมด ผลการทดสอบและผลที่เคยเกิดขึ้นในอดีต​ไม่ได้​รับประกัน​ผลในอนาคต FALCON PRO EA เป็นซอฟต์แวร์ที่ส่ง​คำสั่ง​ซื้อขาย​ทองคำ XAUUSD ตามกลยุทธ์ของชุด EA ที่​ผู้ใช้​เลือก ทุกชุดถือ​ออเดอร์​ที่ติดลบไว้ เปิด​ออเดอร์​แก้เพิ่มด้วย Lot ที่ใหญ่ขึ้น และไม่ตัด​ขาดทุน​เอง เมื่อราคาไปทางเดียวไกล เงินในบัญชีอาจหมดได้ ซอฟต์แวร์นี้ไม่ถือเป็น​คำแนะนำ​ด้านการลงทุน และไม่มีการ​รับประกัน​กำไรในทุกกรณี ผู้ใช้​ควรศึกษาข้อมูล เริ่มด้วยเงิน​จำนวนน้อย​ที่ยอมเสียได้ทั้งหมด เช่น บัญชี Cent และกำหนด​ความเสี่ยง​ให้เหมาะกับฐานะของตนเองก่อน​ใช้งาน​จริง

ตัวอย่างตัวเลขในบทความสมมติขึ้นเพื่อใช้อธิบายหลักการเท่านั้น และไม่ใช่ผลการเทรดของ FALCON PRO EA

เปิดอ่านคำเตือน​ความเสี่ยง​ทุกข้อ