
คำว่า “พอร์ตแตก” ได้ยินกันบ่อยในหมู่คนใช้บอทเทรด แต่หลายคนยังไม่เห็นภาพว่ากลไกจริงทำงานอย่างไร Margin Call คือสัญญาณเตือนว่าหลักประกันในบัญชีเริ่มไม่พอ ส่วน Stop Out คือเส้นตายที่ฝั่งโบรกจะลงมือปิดสถานะในบัญชีให้เอง บทความนี้อธิบายทั้งสองอย่างบน MT5 พร้อมตัวอย่างคำนวณและวิธีป้องกันเมื่อใช้ EA
สรุปสั้น: ตัวเลขที่ต้องจับตาคือ Margin Level = Equity ÷ Margin × 100% เมื่อค่านี้ลดลงถึงระดับ Margin Call คุณจะได้รับคำเตือน และถ้าลดต่อถึงระดับ Stop Out ออเดอร์จะถูกปิดอัตโนมัติ ระดับทั้งสองต่างกันไปตามโบรกและประเภทบัญชี
Margin คืออะไร และทำไมต้องมี
เมื่อเทรดแบบมี Leverage คุณไม่ได้จ่ายมูลค่าเต็มของสัญญา แต่โบรกเกอร์จะกันเงินส่วนหนึ่งในบัญชีไว้เป็นหลักประกัน เงินส่วนนี้เรียกว่า Margin ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม และจะคืนกลับมาเป็นเงินใช้งานได้เมื่อปิดออเดอร์ Margin เป็นเพียงชิ้นหนึ่งของการวางแผนเงินทั้งชุด ภาพรวมทั้งหมดอยู่ในMoney Management คืออะไร
บน MT5 ดูตัวเลขเหล่านี้ได้ที่แท็บ Trade ในหน้าต่าง Toolbox ซึ่งแสดง Balance, Equity, Margin, Free Margin และ Margin Level ไว้ในแถวเดียวกัน
| คำศัพท์ | ความหมาย | คิดอย่างไร |
|---|---|---|
| Balance | ยอดเงินในบัญชี ไม่นับออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ | เปลี่ยนเมื่อปิดออเดอร์ ฝาก หรือถอน |
| Equity | มูลค่าพอร์ต ณ ขณะนี้ | Balance + กำไรหรือขาดทุนลอยตัว |
| Margin | หลักประกันที่ถูกกันไว้สำหรับออเดอร์ที่เปิดอยู่ | ขึ้นกับขนาด Lot ราคา และ Leverage |
| Free Margin | เงินที่ยังใช้เปิดออเดอร์เพิ่มหรือรองรับการขาดทุนได้ | Equity − Margin |
| Margin Level | ตัวชี้วัดความปลอดภัยของบัญชี | Equity ÷ Margin × 100% |
Margin Level (%) บอกอะไรเรา
Margin Level ยิ่งสูงยิ่งมีพื้นที่รองรับการขาดทุนมาก ค่านี้ลดลงได้สองทาง คือ Equity ลดลงเพราะออเดอร์ขาดทุน หรือ Margin เพิ่มขึ้นเพราะเปิดออเดอร์มากขึ้น ถ้าทั้งสองอย่างเกิดพร้อมกัน ค่าจะดิ่งลงเร็วมาก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่พบบ่อยกับ EA บางประเภท
เมื่อไม่มีออเดอร์เปิดอยู่ Margin เป็นศูนย์ จึงยังคำนวณ Margin Level ไม่ได้ และ MT5 มักเว้นช่องนี้ว่างไว้
Margin Call คือ อะไร ต่างจาก Stop Out อย่างไร
Margin Call: สัญญาณเตือน
เมื่อ Margin Level ลดลงถึงระดับที่โบรกกำหนด บัญชีจะเข้าสถานะ Margin Call ในทางปฏิบัติบน MT5 ไม่มีใครโทรมาทวงเงิน แต่เป็นสถานะเตือนว่าหลักประกันเหลือน้อย ช่วงนี้มักยังไม่มีการปิดออเดอร์ แต่คุณอาจเปิดออเดอร์ใหม่ได้จำกัด และควรตัดสินใจทันทีว่าจะลดความเสี่ยงอย่างไร
Stop Out: จุดบังคับปิด
ถ้า Margin Level ลดต่อจนถึงระดับ Stop Out ระบบของโบรกจะเริ่มปิดออเดอร์ให้อัตโนมัติ โดยทั่วไปจะเริ่มจากออเดอร์ที่ขาดทุนมากที่สุดก่อน แล้วปิดไล่ไปทีละออเดอร์ จนค่า Margin Level ขยับกลับขึ้นมาอยู่เหนือระดับที่กำหนด ลำดับจริงขึ้นกับการตั้งค่าของโบรก ขาดทุนที่เกิดจาก Stop Out เป็นขาดทุนจริงที่ย้อนคืนไม่ได้
จำง่าย ๆ ว่า Margin Call คือไฟเหลือง ส่วน Stop Out คือไฟแดง ถ้ารอให้ถึงไฟแดงก่อนค่อยทำอะไร มักจะสายเกินไปแล้ว
ระดับเหล่านี้ไม่เท่ากันทุกโบรก
บางแห่งตั้ง Margin Call ที่ 100% และ Stop Out ที่ 50% บางแห่งตั้ง Stop Out ต่ำกว่านั้นมาก ระดับที่ต่ำไม่ได้แปลว่าปลอดภัยกว่า เพราะหมายถึงบัญชีจะถูกปล่อยให้ขาดทุนลึกขึ้นก่อนถูกปิด ตรวจตัวเลขของบัญชีคุณได้จากหน้ารายละเอียดประเภทบัญชีบนเว็บไซต์โบรก หรือถามฝ่ายซัพพอร์ตโดยตรง
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ในช่วงที่ราคากระโดด เช่น ตลาดเปิดวันจันทร์หรือข่าวแรง ราคาที่ออเดอร์ถูกปิดจริงอาจเลยระดับ Stop Out ที่คำนวณไว้ไปไกล บางกรณียอดเงินอาจติดลบ บางโบรกมีนโยบายคุ้มครองยอดติดลบ (Negative Balance Protection) ควรอ่านเงื่อนไขให้ชัด
Leverage เกี่ยวข้องอย่างไร
Leverage 1:100 หมายความว่าคุณวาง Margin ประมาณ 1% ของมูลค่าสัญญา ส่วน 1:500 คือประมาณ 0.2% สูตรคร่าว ๆ ที่หลายโบรกใช้กับทองคำและ CFD คือ
Margin ≈ (Lot × ขนาดสัญญา × ราคา) ÷ Leverage
จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือ Leverage ไม่ได้ทำให้ราคาขยับ 1 จุดมีค่ามากขึ้น กำไรหรือขาดทุนต่อจุดขึ้นกับขนาด Lot เท่านั้น แต่ Leverage สูงทำให้เปิด Lot ใหญ่ได้ง่ายขึ้นด้วยทุนเท่าเดิม ความเสี่ยงจริงจึงมาจากขนาดสถานะรวมเทียบกับทุน ไม่ใช่ตัวเลข Leverage อย่างเดียว บางโบรกยังปรับ Leverage แบบขั้นบันไดตามขนาดพอร์ตหรือช่วงข่าวด้วย ควรเช็กเงื่อนไขของบัญชีตัวเอง
ตัวอย่างคำนวณ: ออเดอร์เดียว เทียบกับออเดอร์ซ้อนแบบ Grid
ตัวอย่างสมมติ: ตัวเลขในส่วนนี้ใช้อธิบายหลักคณิตศาสตร์เท่านั้น ไม่ใช่ผลการเทรดของระบบใด และปัดเศษให้อ่านง่าย สมมติทุน 1,000 USD, Leverage 1:500, ราคาทอง XAUUSD 3,000 USD ต่อออนซ์, 1 Lot = 100 ออนซ์ (ตรวจขนาดสัญญาจริงกับโบรกของคุณ), Margin Call 100% และ Stop Out 50%
ที่ 0.05 Lot เท่ากับ 5 ออนซ์ ราคาเปลี่ยน 1 USD จึงทำให้กำไรหรือขาดทุน 5 USD และใช้ Margin ประมาณ 5 × 3,000 ÷ 500 = 30 USD ต่อออเดอร์ (เพื่อความง่าย จะใช้ราคา 3,000 คำนวณ Margin ทุกออเดอร์)
กรณี A: เปิด Buy 0.05 Lot ออเดอร์เดียว
Margin 30 USD ทำให้ Margin Level ตอนเปิดอยู่ที่ประมาณ 1,000 ÷ 30 × 100 ≈ 3,333% จะถึง Stop Out 50% ได้ Equity ต้องเหลือราว 15 USD หรือขาดทุนราว 985 USD ซึ่งเท่ากับราคาทองต้องลงประมาณ 197 USD (ไปที่ราว 2,803)
กรณี B: EA แบบ Grid เปิด Buy 0.05 Lot เพิ่มทุกครั้งที่ราคาลง 10 USD โดยไม่มี Stop Loss
| ราคาทอง | จำนวนออเดอร์ | ขาดทุนลอยตัว | Equity | Margin | Margin Level |
|---|---|---|---|---|---|
| 3,000 | 1 | 0 | 1,000 | 30 | ≈ 3,333% |
| 2,980 | 3 | 150 | 850 | 90 | ≈ 944% |
| 2,960 | 5 | 500 | 500 | 150 | ≈ 333% |
| 2,950 | 6 | 750 | 250 | 180 | ≈ 139% |
| ≈ 2,947.7 | 6 | ≈ 820 | ≈ 180 | 180 | 100% (Margin Call) |
| ≈ 2,944.7 | 6 | ≈ 910 | ≈ 90 | 180 | 50% (Stop Out) |
ผลต่างชัดเจนมาก กรณี A ทนราคาลงได้ราว 197 USD ก่อนถูก Stop Out แต่กรณี B ทนได้เพียงราว 55 USD ทั้งที่ Lot ต่อออเดอร์เท่ากัน สาเหตุคือขนาดสถานะรวมเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ราคาวิ่งสวน Margin ที่ใช้จึงเพิ่มขึ้นในขณะที่ Equity ลดลง Margin Level ถูกบีบจากทั้งสองด้าน
ทำไม EA แบบ Grid และ Martingale เสี่ยงต่อ Stop Out เป็นพิเศษ
EA แบบ Grid เพิ่มออเดอร์ตามระยะราคาที่วิ่งสวน ส่วน Martingale เพิ่มขนาด Lot หลังขาดทุน เช่น 0.01, 0.02, 0.04, 0.08, 0.16, 0.32 เพียง 6 ขั้น Lot รวมก็เท่ากับ 0.63 หรือ 63 เท่าของออเดอร์แรก ความเสี่ยงจึงโตแบบทวีคูณในช่วงที่ราคาวิ่งทางเดียวยาว ๆ
อีกเหตุผลที่ทำให้กลยุทธ์กลุ่มนี้หลอกตาได้ง่าย คือมักปิดออเดอร์เป็นกำไรเล็ก ๆ ได้ต่อเนื่องนาน กราฟผลลัพธ์จึงดูเรียบสวย จนกระทั่งเจอเทรนด์แรงครั้งเดียวที่ทำให้ Drawdown ลึกจนถึง Stop Out อ่านเรื่องนี้เพิ่มได้ในบทความ Drawdown คืออะไร
ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่ากลยุทธ์เหล่านี้ใช้ไม่ได้เลย แต่ผู้ใช้ต้องรู้ว่า EA ของตัวเองทำงานแบบไหน มีเพดานจำนวนออเดอร์หรือ Lot รวมหรือไม่ และบัญชีทนการวิ่งสวนได้ไกลแค่ไหนก่อนเริ่มใช้เงินจริง
เช็กลิสต์ป้องกันพอร์ตแตกเมื่อใช้ EA
- เช็กให้รู้ว่าบัญชีของคุณตั้ง Margin Call และ Stop Out ไว้ที่ระดับเท่าไร
- คำนวณว่าบัญชีทนราคาวิ่งสวนได้กี่จุดในกรณีที่แย่ที่สุด ไม่ใช่ดูแค่ Margin Level ตอนเปิดออเดอร์
- กำหนดความเสี่ยงต่อออเดอร์และความเสี่ยงรวมเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุนที่รับได้
- ถ้า EA มีตัวเลือกจำกัดจำนวนออเดอร์ Lot รวม หรือหยุดเมื่อ Equity ลดถึงระดับที่ตั้งไว้ ให้ใช้ให้เหมาะกับทุน
- อย่าใช้ Leverage สูงเป็นเหตุผลในการเพิ่มขนาด Lot
- ระวังการรันหลาย EA หรือหลายสัญลักษณ์ที่วิ่งไปทางเดียวกันบนบัญชีเดียว เพราะ Margin จะถูกใช้ร่วมกัน
- ระวังช่วงข่าวแรง วันหยุดยาว และช่องว่างราคาข้ามสุดสัปดาห์
- เช็กสถานะบัญชีผ่านแอป MT5 บนมือถือเป็นประจำ แม้ EA จะรันบนคอมพิวเตอร์หรือ VPS
- ทดสอบบนบัญชี Demo ให้เห็นพฤติกรรมของระบบในช่วงที่ราคาวิ่งทางเดียวแรง ๆ
ลองใช้เครื่องคำนวณด้านล่างประเมินขนาด Lot จากทุนและความเสี่ยงที่รับได้ หรือดูเครื่องมืออื่นเพิ่มเติมที่หน้า เครื่องมือ
ผลเป็นการคำนวณเบื้องต้น มูลค่า pip ต่างกันตามสินทรัพย์ โบรกเกอร์ และสกุลเงินบัญชี · ตรวจใน MT5: คลิกขวาที่สินทรัพย์ → Specification
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรดด้วย Leverage มีความเสี่ยงสูง คุณอาจขาดทุนทั้งหมดของเงินทุน และในบางสถานการณ์อาจขาดทุนเร็วกว่าที่คาด ผลการทดสอบหรือผลลัพธ์ในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต ควรใช้เฉพาะเงินที่ยอมเสียได้ และอ่าน ประกาศความเสี่ยง ให้จบก่อนเปิดใช้ EA ทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
Margin Call คือการที่โบรกโทรมาทวงเงินใช่ไหม?
บน MT5 ส่วนใหญ่ไม่ใช่ Margin Call เป็นสถานะเตือนเมื่อ Margin Level ลดถึงระดับที่โบรกกำหนด ยังไม่ใช่การปิดออเดอร์ แต่เป็นสัญญาณว่าควรลดความเสี่ยงก่อนถึงระดับ Stop Out
Margin Level เท่าไรถึงปลอดภัย?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกบัญชี เพราะขึ้นกับว่ากลยุทธ์เปิดออเดอร์เพิ่มหรือไม่ วิธีที่ดีกว่าคือคำนวณว่าพอร์ตทนราคาวิ่งสวนได้ไกลแค่ไหนในกรณีที่แย่ที่สุด แล้วเทียบกับความผันผวนของสินทรัพย์ที่เทรด
Leverage สูงอันตรายกว่า Leverage ต่ำเสมอไหม?
ที่ขนาด Lot เท่ากัน Leverage สูงใช้ Margin น้อยกว่าและเหลือ Free Margin มากกว่า แต่ความเสี่ยงคือทำให้เปิด Lot ใหญ่เกินทุนได้ง่าย ตัวกำหนดความเสี่ยงหลักจึงเป็นขนาดสถานะรวมเทียบกับทุน
หลัง Stop Out ยอดเงินติดลบได้ไหม?
เป็นไปได้ในช่วงที่ราคากระโดดแรง เพราะออเดอร์อาจถูกปิดที่ราคาแย่กว่าที่คาด บางโบรกมีนโยบายคุ้มครองยอดติดลบ ควรตรวจเงื่อนไขของบัญชีที่ใช้ก่อนเริ่มเทรด
ถ้าอยากให้ช่วยประเมินว่าทุนและระดับความเสี่ยงที่ตั้งไว้เหมาะกับการใช้ FALCON PRO EA หรือไม่ ทักมาคุยกับทีมงานได้ก่อนเริ่มใช้เงินจริง
ทัก LINE ปรึกษาเรื่องทุนและความเสี่ยงการเทรด Forex ทองคำ CFD และสินทรัพย์ที่ใช้ Leverage มีความเสี่ยงสูง ราคาอาจเคลื่อนไหวรุนแรงจนคุณสูญเสียเงินทุนไปบางส่วนหรือทั้งหมด ผลการทดสอบและผลที่เคยเกิดขึ้นในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต FALCON PRO EA เป็นซอฟต์แวร์ที่ส่งคำสั่งซื้อขายทองคำ XAUUSD ตามกลยุทธ์ของชุด EA ที่ผู้ใช้เลือก ทุกชุดถือออเดอร์ที่ติดลบไว้ เปิดออเดอร์แก้เพิ่มด้วย Lot ที่ใหญ่ขึ้น และไม่ตัดขาดทุนเอง เมื่อราคาไปทางเดียวไกล เงินในบัญชีอาจหมดได้ ซอฟต์แวร์นี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน และไม่มีการรับประกันกำไรในทุกกรณี ผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูล เริ่มด้วยเงินจำนวนน้อยที่ยอมเสียได้ทั้งหมด เช่น บัญชี Cent และกำหนดความเสี่ยงให้เหมาะกับฐานะของตนเองก่อนใช้งานจริง
ตัวอย่างตัวเลขในบทความสมมติขึ้นเพื่อใช้อธิบายหลักการเท่านั้น และไม่ใช่ผลการเทรดของ FALCON PRO EA